สรรพสิ่งที่อุบัติขึ้นบนโลกนี้ย้อมมีภาระหน้าที่เป็นของตนเอง ไม่เว้นแต่กระทั่ง “อุนจิ” ที่ขับออกจากร่างกายของเรา
แต่จะขอเว้นจากอุนจิคน พาไปทำความรู้จักกับอุนจิที่อยู่ไกลถึงขั้วโลก…อุนจิเพนวิน ที่สร้างสิ่งมหัศจรรย์อย่างที่คาดไม่ถึงในวันที่โลกกำลังถกกันเครียดเกี่ยวกับสภาพอากาศสุดขั้วบนเวทีการประชุม COP30 ที่บราซิล
ประเด็นคือ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบโดยบังเอิญว่า “อึเพนกวิน” (guano) สามารถกระตุ้นให้ก่อเมฆบางๆ ทำหน้าที่เป็นเกราะสะท้อนความร้อนจากแสงแดดได้ระดับหนึ่ง ผลคือ ทำให้น้ำแข็งในแอนตาร์กติกาละลายช้าลง โดยมีการตีพิมพ์เป็นรายงานอย่างเป็นทางการในวารสาร Communications Earth & Environment
ตามรายงานกล่าวว่า หัวใจสำคัญของปรากฏการณ์นี้เกิดจากก๊าซ “แอมโมเนีย” ที่ได้จากอึเพนกวิน เมื่อทำปฏิกิริยากับก๊าซที่มีกำมะถันซึ่งปล่อยออกมาจากแพลงก์ตอนพืชในมหาสมุทร จะนำไปสู่การก่อตัวเป็นเมฆ จากนั้นเมฆสามารถทำหน้าที่เป็นฉนวนในชั้นบรรยากาศ ช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิว ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำแข็งในทะเลละลายได้
แค่ไหนจึงจะช่วยก่อเมฆลดโลกร้อน
แมทธิว บอยเยอร์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยบรรยากาศและระบบโลก มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ และหัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า นักวิจัยใช้เวลา 2 เดือน (มกราคม-มีนาคม 2566) ในการวัดความเข้มข้นของแอมโมเนียในอากาศใกล้กับอาณานิคมเพนกวินอาเดลีจำนวน 60,000 ตัว ณ ฐานมารัมบิโอในแอนตาร์กติกา พวกเขาสังเกตเห็นว่าเมื่อลมพัดมาจากทิศทางของอาณานิคม ความเข้มข้นของแอมโมเนียจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าพื้นฐานมากกว่า 1,000 เท่า
ที่น่าสนใจคือ แม้ว่าเพนกวินจะอพยพออกจากพื้นที่แล้วก็ตาม ความเข้มข้นของแอมโมเนียยังคงอยู่มากกว่า 100 เท่าของระดับพื้นฐาน เนื่องจากอุจจาระที่เหลืออยู่ยังคงปล่อยแอมโมเนียออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าเมื่อลมพัดมาจากอาณานิคมเพนกวิน จำนวนและขนาดของอนุภาคในอากาศจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักวิจัยกล่าวว่าหมอกที่ยังคงอยู่ 3 ชั่วโมงหลังจากลมพัดแรงน่าจะเป็นผลมาจากความเข้มข้นของอนุภาคในอากาศที่เพิ่มขึ้น
สถานการณ์สร้างฮีโร่ “อุนจิ” นั้นสำคัญอย่างไร
น้ำแข็ง มหาสมุทร และระบบนิเวศในแอนตาร์กติกามีบทบาทสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิโลก
โดยเฉพาะพื้นที่ทางตะวันตกของทวีปกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งจากการละลายของชั้นน้ำแข็ง ภูมิภาคนี้ประกอบด้วยธารน้ำแข็งทเวทส์ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก” ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 10 ฟุต หากธารน้ำแข็งละลาย ธารน้ำแข็งทเวทส์เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาค
“อึเพนกวินมีแนวโน้มที่จะช่วยลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อทวีปนี้” บอยเยอร์บอกและเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปกป้องระบบนิเวศพื้นเมืองและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีความสำคัญต่อการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“สิ่งที่เราได้แสดงให้เห็นคือ ความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างกระบวนการของระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมของแพลงก์ตอนพืชในมหาสมุทร รวมถึงอึนกเพนกวิน กับกระบวนการในบรรยากาศ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่นได้”
เพราะเมื่อสภาพอากาศในท้องถิ่นของทวีปแอนตาร์กติกาเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบสภาพอากาศในส่วนอื่นๆ ของโลกด้วย
การเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่แอนตาร์กติกาช่วยให้เราคาดการณ์ได้ว่าสิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไรในอนาคตสำหรับภูมิภาคอื่นๆ ของโลกด้วย.



