ทุเรียน จัดเป็น “พืชเศรษฐกิจระดับแม่ทัพ” ของไทยที่ช่วยขับเคลื่อน GDP อย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่า สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยผลผลิตรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 2.07 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 33% ซึ่งภาคตะวันออกจะทยอยให้ผลผลิตก่อน และคาดว่าช่วงเดือนพฤษภาคมนี้จะมีปริมาณออกสู่ตลาดมากที่สุด
หากย้อนดูมูลค่าการส่งออกทุเรียนสดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะเห็นการเติบโตที่น่าสนใจดังนี้
- ปี 2564 มูลค่ารวม 1.09 แสนล้านบาท
- ปี 2565 มูลค่ารวม 1.10 แสนล้านบาท
- ปี 2566 มูลค่ารวม 1.41 แสนล้านบาท
- ปี 2567 มูลค่ารวม 1.35 แสนล้านบาท
- ปี 2568 มูลค่ารวม 1.26 แสนล้านบาท

สำหรับปี 2569 นี้ เพียงช่วงมกราคม–มีนาคม ไทยส่งออกแล้วกว่า 1.02 แสนตัน มูลค่า 1.43 หมื่นล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 181% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีจีนเป็นตลาดหลักที่ครองสัดส่วนกว่า 97% ซึ่งในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 22 เมษายน 2569 ปริมาณส่งออกไปยังจีนพุ่งสูงกว่า 252,690 ตัน คิดเป็นมูลค่า 2.93 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่ไทยเผชิญมาตลอด 5 ปี คือเรื่องคุณภาพและปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจนเสี่ยงต่อภาวะล้นตลาด ประกอบกับในปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจากการที่เกษตรกรเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้นเมื่อ 5-6 ปีก่อน ทำให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ต้องเร่งผลักดันแผน 3 กลุ่มตลาด ได้แก่ 1.ตลาดหลัก เน้นรักษาตลาดจีน ส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง 2.ตลาดศักยภาพ ซึ่งรู้จักผลไม้ไทยเป็นอย่างดี ตลาดที่ส่งเสริม ได้แก่ ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ
และ3.ตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ เน้นสร้างการรับรู้ผลไม้ไทยโดยนำร่องเป็นผลไม้แปรรูป เช่นตลาดในกลุ่ม ตะวันออกกลาง ยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียกลาง ในคอนเซ็ปต์ “THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS” เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในทุกกิจกรรมทั่วโลก
ยุทธศาสตร์ “พาณิชย์ x TikTok” และปรากฏการณ์ “ทุเรียนลูกละ 100” : จุดเปลี่ยนมาตรฐานใหม่เพื่อคนไทย
ท่ามกลางผลผลิตที่พุ่งสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกด้วยการจับมือกับแพลตฟอร์ม TikTok และเหล่า KOL ไทย เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ทุเรียนจากสินค้าส่งออกราคาแพง ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบ Digital Farm to Table ซึ่งนำไปสู่ประเด็นสำคัญ
“ทุเรียนลูกละ 100” : กลยุทธ์ระบายผลผลิตหรือมาตรฐานใหม่?
กระแส “ทุเรียนลูกละ 100 บาท” ที่กำลังได้รับความสนใจในกลุ่มไลฟ์สด คือภาพสะท้อนของการบริหารจัดการ Supply ที่ล้นมือในปีนี้ได้อย่างชัดเจน ในมุมหนึ่งนี่คือโอกาสทองของคนไทยที่จะได้รับประทานทุเรียนในราคาที่จับต้องได้ง่ายที่สุดในรอบหลายปี แต่ในอีกมุมหนึ่ง “ราคา 100 บาท” ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบของผู้ค้า หากเป็นทุเรียนขนาดเล็ก ที่เรียกกันว่า ไซส์โบ้ หรือทุเรียนตกเกรดส่งออกแต่สุกพอดีและยังมีคุณภาพ มีเปอร์เซ็นต์แป้งตามเกณฑ์ 32-35% ก็นับเป็นการคืนกำไรให้ผู้บริโภคและช่วยเกษตรกรระบายสินค้าได้รวดเร็ว แต่หากราคาที่ถูกลงแลกมาด้วยการปนเปื้อนทุเรียนอ่อน จะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำลายความเชื่อมั่นของตลาดในประเทศระยะยาว
พลัง KOL และ TikTok : การตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ TikTok ช่วยให้เกษตรกรก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ การมี KOL มาช่วยไลฟ์สดสร้างความสนุกสนานและให้ความรู้เรื่องการดูทุเรียนคุณภาพ ทำให้เกิดการซื้อขายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ผ่านรีวิวแบบเรียลไทม์ นโยบายนี้ช่วยให้เกษตรกรได้รับเงินสดรวดเร็วขึ้นในราคาที่ดีกว่าการขายเหมาสวน ในขณะที่คนไทยก็ได้ของดีส่งตรงจากหน้าสวนโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางหลายทอด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยพยุงไม่ให้ราคาทุเรียนในภาพรวมดิ่งเหวจากการที่ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 33%
…แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐที่กำหนดนโยบาย กลุ่มเกษตรกรที่ต้องตระหนักรู้เรื่องคุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐาน และผู้ประกอบการที่รับซื้อด้วยราคาที่เป็นธรรม…



