ttb ชี้ 5 จุดล็อก รั้ง SME ไทยเติบโต

Share

 

ttb เผยผลการสำรวจ “SME Insight 2026” สะท้อนภาพผู้ประกอบการไทยในปีแห่งความท้าทายว่า ถึงแม้ SME ส่วนใหญ่จะเร่งปรับตัวในหลายด้าน ทั้งด้านดิจิทัล การวางแผนธุรกิจ และประยุกต์ใช้ AI แต่ยังไม่สามารถปลดล็อกไปสู่การเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

ผลสำรวจข้อมูลเชิงลึกจากผู้ประกอบการไทยจำนวน 120 ราย ครอบคลุม 4 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ พบว่า แม้ SME จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นกว่า 90% ของธุรกิจทั้งประเทศ แต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP สะท้อนข้อจำกัดในการยกระดับสู่การเติบโตระยะยาว ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาพสะท้อนสำคัญจากการสำรวจครั้งนี้คือ SME ไทยในวันนี้ไม่ได้หยุดพัฒนา แต่กำลัง “พยายามอย่างมาก” ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดิจิทัล การปรับปรุงการดำเนินงาน หรือมองหาโอกาสใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม มีผู้ประกอบการเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนความพยายามเหล่านี้ให้เป็นความสำเร็จและการเติบโตได้จริง

 

 

พีรพงศ์ นิธิไกรวุฒิ ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ปีนี้เป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับ SME ไทย ผู้ประกอบการไม่ได้คิดเพียงเรื่องการเติบโต แต่ต้องเดินหน้าธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนรอบด้าน สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ของแต่ละธุรกิจแตกต่างกัน คือ ระดับความพร้อมภายในของธุรกิจเอง ผลการสำรวจพบว่า 87% ของ SME ไทย ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการบริหาร และ 59% เริ่มนำ AI มาประยุกต์ใช้แล้ว ในขณะเดียวกัน มากกว่า 58% ของธุรกิจยังมีรายได้ทรงตัว หรือปรับลดลง ขณะที่กลุ่มที่เติบโตได้ ส่วนใหญ่ขยายตัวเพียง 5-10% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากขาดความพร้อมในการจัดการความเสี่ยงและทิศทางธุรกิจที่ชัดเจน

5 ข้อจำกัดหลักที่เป็น “จุดล็อก” ฉุดรั้งการเติบโตของ SME ไทย

 

คิดเพื่ออยู่รอด แต่ไม่คิดเพื่อชนะในเกม ผู้ประกอบการที่มุ่งแก้ปัญหาระยะสั้น ขาดแผนระยะยาว ไม่กล้าปรับเปลี่ยนและลงทุนเพื่อการเติบโต ทำให้ไม่สามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้

ใช้ดิจิทัล แต่ไม่พลิกเกมธุรกิจ แม้ผู้ประกอบการจะเริ่มใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับพื้นฐาน และยังไม่สามารถต่อยอดสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รู้กำไรขาดทุน แต่ไม่บริหารความเสี่ยง แม้ SME จำนวนมากใช้ระบบบัญชีมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้บริหารต้นทุน กำไร กระแสเงินสด และความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โตที่ขนาด แต่ไม่โตที่ประสิทธิภาพ หลายธุรกิจสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น แต่กระบวนการทำงานและโครงสร้างองค์กรยังไม่พร้อมรองรับการขยายตัว

อยากไปต่อ แต่ไม่มีแผนที่นำทาง แม้ SME จะมีความตั้งใจขยายธุรกิจและไม่หยุดพัฒนา แต่ยังขาดทิศทาง เครื่องมือ และคำแนะนำที่ช่วยสร้างโอกาสให้การเติบโตเกิดขึ้นได้จริง

ขณะที่ผู้ประกอบการที่สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น มักเป็นกลุ่มที่มีทั้งแนวคิดการเติบโต (Growth Mindset) ใช้ดิจิทัลและ AI อย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์

 

 

กนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวเสริมว่า โจทย์ของ SME วันนี้ไม่ใช่แค่การอยู่รอด แต่คือการเติบโตอย่างมีทิศทาง ทีทีบีจึงยกระดับสู่บทบาท “Growth Navigator” เพื่อเป็นคู่คิดที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีกลยุทธ์แม้ในสภาวะที่ท้าทาย ทั้งนี้การก้าวไปสู่การเติบโตอย่างแท้จริงจำเป็นต้อง “ปลดล็อก” ข้อจำกัดในแต่ละมิติ ผ่านการสนับสนุนอย่างบูรณาการทั้งด้านเงินทุน เครื่องมือ และองค์ความรู้

ttb จึงออกแบบการสนับสนุนที่ยึดโยงจาก “ข้อมูลเชิงลึกและจุดล็อกจริงของ SME” โดยเชื่อมโยงการสนับสนุนอย่างครบวงจรในบทบาท “Growth Navigator” ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. Financial Solutions สนับสนุนเงินทุนและโซลูชันทางด้านการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งซัพพลายเชน

2. Digital Tools & Platform ยกระดับเครื่องมือดิจิทัลที่หลากหลายเหมาะกับทุกจังหวะในการบริหารธุรกิจ ครอบคลุมการขาย การรับ การใช้ การจ่าย การบริหารบุคลากร และการบริหารภาพรวมทางการเงินของธุรกิจ

3. Knowledge & Advisory เสริมองค์ความรู้และทักษะผ่านโครงการอย่าง SME Growth Navigator พร้อมทีมเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจ (RM) ที่ทำหน้าที่คู่คิด ในการวางกลยุทธ์และขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ttb เชื่อว่า ความยั่งยืนของ SME ไทย ไม่ใช่เรื่องแหล่งเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่คือความพร้อมในทุกมิติที่จะเปลี่ยนแปลงและธนาคารพร้อมเดินหน้าเป็น Growth Navigator เพื่อช่วยให้ SME ไทยเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส และก้าวสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

Related Articles