“การแกว่งของลูกตุ้ม” ตาม “กฎการถ่ายเทพลังงานของนิวตัน” (Newton’s cradle) จากลูกตุ้มลูกแรกจะทำให้ลูกตุ้มลูกสุดท้ายได้รับแรงกระทบไปด้วยได้ฉันใด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด จะส่งผลกระทบไปทั้งโลกได้ด้วยฉันนั้น
รองศาสตราจารย์ ดร.โชติกา เมืองสง อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงปัญหาการจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งนับเป็น “วาระโลก” ในปัจจุบันยังเป็นไปในทิศทางที่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง เนื่องจากขาด
“ฐานข้อมูลกลางระยะยาว” เพื่อใช้ในการวิเคราะห์
งานวิจัยด้านภูมิอากาศในอดีตได้แสดงถึงแนวโน้มความแห้งแล้งที่น่ากังวลในภาคเหนือของไทย โดยพบว่า
“ปริมาณน้ำฝนช่วงปลายฤดู” (เดือนกันยายน-เดือนตุลาคม) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับข้อมูลในอดีตเมื่อ 2 ศตวรรษที่ผ่านมา
แม้เทคโนโลยีและการแทรกแซงของมนุษย์จะเข้ามาช่วยบรรเทา “ความแห้งแล้ง” ได้ในหลายพื้นที่
แต่ก็เป็นเพียงการ “แก้ปัญหาชั่วคราว” ที่ “ไม่สามารถทดแทน” กลไกธรรมชาติอันซับซ้อนได้ สะท้อนถึง
“ความท้าทายเชิงโครงสร้าง” ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว
รองศาสตราจารย์ ดร.โชติกา เมืองสง ชี้ให้เห็นจุดสังเกตของ “ปัญหาโลกร้อน” ไม่ได้มีเพียงอุณหภูมิที่สูงขึ้น
แต่พบ “ความผันผวนของภูมิอากาศ” ไปในทางตรงกันข้าม โดยรวมถึง “ปัญหาชายฝั่ง” พบ “การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล” ที่ส่งผลกระทบต่อ “ระบบนิเวศชายฝั่งและป่าชายเลน” ในหลายพื้นที่
โดย “วงปีไม้” ได้รับการยอมรับว่าเป็น “หนึ่งหลักฐานทางธรรมชาติบนบกที่ดีที่สุด” สำหรับในประเทศไทยศึกษาจากต้นสัก ต้นสนสองใบ และต้นสนสามใบ ซึ่งพบตามระดับความสูงของพื้นที่ โดยในการวิเคราะห์สามารถใช้เทคนิคเจาะตัวอย่างวงปีไม้มาทดสอบทางเคมีเพื่อวัดปริมาณน้ำฝนได้โดยไม่ ต้องทำลายต้นไม้
สำหรับการจัดทำ “ฐานข้อมูลกลางระยะยาว” เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกอย่างเต็มรูปแบบ ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศที่มีพื้นที่อยู่ในเขตภูมิอากาศเดียวกัน รวมถึงการรับนักศึกษาจากประเทศในภูมิภาคเดียวกันมาเป็นกำลังสำคัญในการวิจัย
ซึ่งหากเสร็จสมบูรณ์นอกจากจะสามารถใช้เป็น “เครื่องมือสำคัญ” ในการศึกษาเพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกได้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ยังสามารถ “ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์” โดยที่ผ่านมาได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการเพื่อประเมินอายุไม้โบราณ ซึ่งอาจใช้สร้าง “คอนเทนต์” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่อไปได้
มหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้สู่การแก้ไขปัญหา “Real World Impact” ที่ท้าทาย โดยเชื่อมั่นใน “พลังทางวิชาการ” ของทรัพยากรมนุษย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมสร้างสรรค์งานวิจัยร่วม “กอบกู้โลก” ให้รอดพ้นจากวิบัติภัยได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ https://mahidol.ac.th



