สสว. เดินหน้าช่วย SME ลดต้นทุนการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ร่วมงานอบรมสัมมนาประเมิน CFP และเปิดตัวแคมเปญ VB SAVE+ ต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐาน SME ไทยก้าวทันเวทีการค้าโลก
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงที่ส่งผลให้ประเด็นสิ่งแวดล้อมกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก จึงเกิดเป็นนโยบายและมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นส่วนหนึ่งของกฎกติกาการค้าโลกใหม่อย่างมาตรการกีดกันทางการค้าสีเขียว (Green Trade Barriers) เป็นสาเหตุให้ SME ไทย ต้องปรับตัวและยกระดับมาตรฐานสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดสากล
เครื่องมือขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเก็บข้อมูลและประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาต่อไปเป็นเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product: CFP) สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 14067 เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างศักยภาพการแข่งขันของ SME ไทยในการแข่งขันเวทีโลก
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า เพื่อที่จะก้าวทันตลาดโลก ผู้ประกอบการ SME ไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อกติกาใหม่ของโลกโดยเฉพาะการมีข้อมูลด้านคาร์บอนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งทางสสว. เอง เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ต่างๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดธุรกิจได้ เทคโนโลยี มาตรฐานธุรกิจ หรือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อสร้างขีดความสามารถของ SME ไทย ในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ การร่วมกันขับเคลื่อนโครงการนี้ จะต่อยอดศักยภาพ SME ไทย ให้เติบโตในบริบทเศรษฐกิจใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
โดยการเข้าร่วมอบรมสัมมนาให้ครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถระบุและแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้ และสามารถวางแผนและดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างถูกวิธี เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจตนเองให้เติบโตทัดเทียมกับสากล
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการแถลงข่าวเปิดแคมเปญ “VB SAVE+” (วี บี เซฟ พลัส) ซึ่งดำเนินงานโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เพื่อช่วยลดต้นทุนในกระบวนการประเมิน และทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบสำหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)

ดร.อภิรดี ขาวเธียร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า โครงการ SME ปัง ได้เงินคืน ผ่านระบบ BDS (Business Development Service) เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจของ SME ไทย ในลักษณะ Matching Fund โดยสนับสนุนในรูปแบบ co-payment ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ภาคการผลิตที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100 ล้านบาท และภาคอื่นๆ ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้สูงสุดถึง 80% ภายใต้วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ครอบคลุมทั้งค่าที่ปรึกษา ค่าทวนสอบ และค่าธรรมเนียมการรับรองในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) คาร์บอน ฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) และโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER) สอดคล้องกับเป้าประสงค์ และการดำเนินงานของโครงการ VB SAVE+ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีมาตรฐานเดียวกับนานาชาติ
ในอนาคตข้างหน้า สสว. ยังพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการ เพื่อต่อยอดขีดความสามารถของ SME ไทยให้พุ่งทะยานต่อไปด้วยความมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของโลกอย่างยั่งยืน



