กลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนเราไปแล้วที่ตื่นเช้าขึ้นมาจะต้องยกมือถือขึ้นมาตรวจเช็คค่าฝุ่นประจำวัน
ล่าสุด เกิดปรากฏการณ์ฝุ่นๆ มีชื่อเรียกน่ารักๆ ว่า “ฝุ่นอ้วน”
ที่มาของวิสัยทัศน์ขมุกขมัวที่กำลังปกคลุมอยู่ในทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล แม้ว่าค่าฝุ่นจริงจะไม่ได้มากไปกว่าวันก่อนๆ ด้วยซ้ำ แต่กลับมองเห็นทั่วทั้งเมืองราวกับอยู่ในหมอก
มันคือหมอกผสมฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงสะสมอยู่ในบรรยากาศ ทำให้ฝุ่นจับตัวกับละอองน้ำ ส่งผลให้อนุภาคฝุ่นมีขนาดใหญ่ขึ้นจนมองเห็นชัดด้วยตาเปล่า ที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า “ฝุ่นอ้วน”! ตัวการที่ทำให้บรรยากาศดูมัวซัว ทัศนวิสัยแย่ลง แม้ตัวเลขค่าฝุ่นจะลดลงก็ตาม
สำนักสิ่งแวดล้อม กทม เฉลยถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวที่ค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่อากาศยังดูขมุกขมัว ว่า…
คำตอบอยู่ที่ “ความชื้น” และ “ลมใต้” เพราะในช่วงนี้กรุงเทพมหานครได้รับอิทธิพลจากลมใต้ ซึ่งเป็นลมที่พัดอากาศมาจากอ่าวไทย ทำให้อากาศมีความชื้นสูง และมีไอน้ำมาก เมื่อไอน้ำเหล่านี้ไปจับกับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ยังมีสะสมอยู่ในอากาศจะเกิดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Hygroscopic Growth คือ ฝุ่นจะดูดความชื้น และ “พองตัว”
แม้ปริมาณฝุ่นจริง (มวล) จะไม่สูง แต่อนุภาคฝุ่นที่ขยายตัวจะกระจายแสงได้มากขึ้น ทำให้เรามองเห็นอากาศขมุกขมัว คล้ายฝุ่นหนาแน่น เรามักเรียกปรากฏการณ์นี้แบบเข้าใจง่ายว่า “ฝุ่นอ้วน”
แล้ว “ฝุ่นอ้วน” จะหายไปเมื่อไร?
เมื่อแดดแรงขึ้นในช่วงสาย ความชื้นในอากาศลดลง ฝุ่นที่เคยดูดน้ำไว้ก็จะ “ยุบตัว” อากาศจึงค่อย ๆ ดูโปร่งใสขึ้น แต่ค่าฝุ่นจะยังคงไม่ได้เปลี่ยนมากนัก.



