การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยรายได้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปี 2568 มีมูลค่าอยู่ที่ 793 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 21% NVIDIA มีรายได้แซงหน้า Samsung Electronics มากถึง 53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้โปรเซสเซอร์ AI สูงกว่า 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ราจีฟ ราจพุต นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า เซมิคอนดักเตอร์ AI ซึ่งรวมถึงหน่วยประมวลผล, หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และส่วนประกอบด้านเครือข่าย ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยในปี 2568 คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดขายรวม และมีแนวโน้มครองตลาดนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับการคาดการณ์ว่าในปีนี้ (2569) ยอดใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่าเกินกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
NVIDIA เติบโตแข็งแกร่ง ส่วน Intel ยังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด
NVIDIA ขยายช่องว่างนำหน้า Samsung ออกไปอีก ในปี 2568 มีรายได้ที่สูงกว่า 53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกลายเป็นผู้จำหน่ายรายแรกที่มียอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทะลุ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีส่วนผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมกว่า 35% Samsung Electronics ยังเป็นอันดับ 2 โดยมีรายได้อยู่ที่ 73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรายได้หลักมาจากชิปหน่วยความจำ (เพิ่มขึ้น 13%) ขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่หน่วยความจำกลับลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
![]()
SK Hynix ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 และในปี 2568 มีรายได้รวมสูง 61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง HBM สำหรับใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI และ Intel สูญเสียส่วนแบ่งการตลาด ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 6% ซึ่งนับเป็นครึ่งหนึ่งของส่วนแบ่งที่เคยได้รับ เมื่อปี 2564
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ผลักดันให้เกิดความต้องการโปรเซสเซอร์ AI, HBM และชิปเครือข่ายระดับสูง โดยในปี 2568 ชิป HBM คิดเป็น 23% ของตลาดชิป DRAM โดยมียอดขายทะลุ 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่โปรเซสเซอร์ AI มียอดขายทะลุ 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และภายในปี 2572 คาดการณ์ว่าชิป AI จะครองส่วนแบ่งยอดขายในตลาดเซมิคอนดักเตอร์เกินกว่า 50%



