Trip.com Group เปิดตัว “Taste of China” พลิกโฉม Food Tourism เปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยวด้วย Immersive Dining Experience ดินเนอร์โชว์ 90 นาที รวมอาหารเด่น 7 เมนูจาก 7 ภูมิภาคของจีน พร้อมการแสดงสดสุดอลังการ
Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ เปิดตัว Taste of China ดินเนอร์โชว์สุดพิเศษในรูปแบบ Immersive Dining Experience ที่ผสมผสานอาหารรสเลิศ วัฒนธรรมจีน และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการรับประทานอาหารหรือการท่องเที่ยวแบบเดิม โดยเป็นจุดเริ่มต้นที่แปลกใหม่ในการเรียนรู้เรื่องราวของจีน ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ Trip.com Group ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้การท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
เจมส์ เลียง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการของ Trip.com Group กล่าวว่า เทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยทำให้การเดินทางน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง กิจกรรม Immersive Dining Experience สะท้อนให้เห็นว่า หากเราออกแบบประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้เดินทาง ก็จะช่วยเพิ่มทั้งความเพลิดเพลิน การเรียนรู้ และแรงบันดาลใจได้มากขึ้น
เที่ยวชิมอาหารผ่าน 7 ภูมิภาค
ดินเนอร์โชว์สุดพิเศษ “Taste of China” ใช้ฉากหลังการเดินเรื่องเป็น Bund City Hall Plaza ใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ โดยมี “เฉิง เป่าเป่า” แพนด้าเชฟ พาผู้ชมสัมผัสอาหารที่เป็นรสชาติแห่งดินแดนมังกร ซึ่งประกอบด้วยอาหาร 7 คอร์ส จาก 7 ภูมิภาคของจีน โดยมีความยาวทั้งหมด 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งในแต่ละภูมิภาคจะมีเมนูเด็ดในแต่ละท้องถิ่น ได้แก่
- ภาคเหนือ: เป็ดปักกิ่งกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมชาดอกมะลิ
- ภาคใต้: ปลาต้มซุปเปรี้ยว เข้าคู่กับชาผู่เอ๋อร์รสชาติเข้มข้น
- ภาคกลาง: เมนูหม้อไฟสมุนไพรบำรุงร่างกาย ใส่เนื้อลายหินอ่อน เป๋าฮื้อ และเห็ดป่าหายาก
- ภาคตะวันตก: เต้าหู้เผ็ดสูตรพิเศษ ใส่วากิวและล็อบสเตอร์
ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของการเสิร์ฟอาหารในแต่ละช่วง เช่น เชฟเสฉวนที่ยืนยันใช้เต้าเจี้ยวหมัก 3 ปี หรือชาวประมงกุ้ยหลินที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการหยุดจับปลาเป็นช่วงเวลา สะท้อนคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในอาหารแต่ละภูมิภาค
ศิลปะการแสดงและเทคโนโลยีเสริมประสบการณ์
ตลอดการนำเสนอ Immersive Dining Experience ในเมนูอาหารแต่ละจาน จะมีการแสดงประกอบสุดอลังการที่สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมจีน อาทิ การแสดงเต้นชุดฮั่นฝู (เสื้อผ้าจีนโบราณ)ท่ามกลางสวนที่สวยงามของซูโจว ศิลปะการต่อสู้เส้าหลินที่ตื่นเต้นเร้าใจ เกมตกปลาจำลองบนโต๊ะระหว่างเล่าเรื่องฤดูตกปลาที่กุ้ยหลิน ปิดท้ายด้วยการแสดง โอเปร่าเสฉวนเปลี่ยนหน้ากาก ผสมผสานดนตรีร่วมสมัยอย่างน่าตื่นตา
ก้าวเข้าสู่ประเพณีและแต่งกายให้เข้าธีม
นอกจากนี้ เพื่อให้เข้าถึงวัฒนธรรมจีนได้อย่างเต็มที่ ผู้เข้าร่วมชมการแสดงยังสามารถได้แต่งกายตามยุคสมัยต่างๆ ของจีน เพื่อให้รู้สึกการมีส่วนร่วมและเข้าถึงวัฒนธรรมอาหารของจีน โดยมีบริการชุดจีนโบราณ เช่น ฮั่นฝูสมัยซ่ง กี่เพ้าสมัยชิง หรือชุดพื้นเมืองจากกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมบริการแต่งหน้าโดยมืออาชีพ อีกทั้งยังมีฉากถ่ายภาพ 3D สำหรับเก็บภาพและแชร์บนโซเชียล
อาหาร: ประตูสู่การท่องเที่ยว
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวทั่วโลกหันมาให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวเชิงอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก Trip.com Group พบว่า ในครึ่งแรกของปี 2025 การจองทริปท่องเที่ยวเชิงอาหารเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมี ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก มาดริด และมิลาน เป็นเมืองอาหารยอดนิยมระดับโลก
ในประเทศจีน เมืองที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว เฉิงตู และฉางชา โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้กับปักกิ่งที่มียอดการจองร้านอาหารสูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ “Taste of China” ในการยกระดับเซี่ยงไฮ้ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมและอาหาร
ทุกเมนูในงานยังมาพร้อม QR Code ที่เชื่อมต่อไปยังข้อมูลท่องเที่ยวของแต่ละมณฑล เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มารับประทานอาหารสามารถวางแผนการเดินทางต่อได้จริง รวมถึงยังมีบริการ Trip.Gourmet ลิสต์คู่มือการท่องเที่ยวเชิงอาหารครบเครื่องบนแอปพลิเคชัน Trip.com ที่ที่รวบรวมรีวิวและคู่มือด้านอาหารทั่วโลก และยังมีมีการจัดอันดับร้านอาหาร เนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และระบบจองโต๊ะในร้านอาหารยอดนิยมอีกด้วย
แรงบันดาลใจสู่นวัตกรรมท่องเที่ยว
“Taste of China” ไม่ได้เป็นเพียงดินเนอร์โชว์แบบ Immersive Dining Experience เท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Trip.com Group ในการทำให้การเข้าถึงวัฒนธรรมง่ายขึ้น โดยออกแบบมาให้เข้ากับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่อยากได้ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริง และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นให้คนอยากเที่ยวและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในระดับโลกมากขึ้น
บริษัทได้ริเริ่มโครงการ Tourism Innovation Awards เพื่อค้นหาและสนับสนุนนวัตกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆ ในอุตสาหกรรม ทั้งการท่องเที่ยวจีนที่เป็นที่นิยมมากขึ้น และมีนโยบายยกเว้นวีซ่าแวะพัก ทำให้บริษัทใช้การเล่าเรื่องแบบสร้างสรรค์เปลี่ยนการแวะพักเพื่อต่อเครื่องให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ รวมถึงมีโปรแกรม Shanghai Express และ Beijing Express ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางที่แวะพักเพื่อต่อเครื่องในเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง ได้สัมผัสประสบการณ์ทัวร์เมืองฟรีในระหว่างการแวะพัก พร้อมนำเสนอจุดเด่นทางวัฒนธรรม รวมถึงยังมีเส้นทางทัวร์แบบกลุ่มและทัวร์ส่วนตัวกว่า 1,500 รายการทั่วจีน ตั้งแต่แพ็กเกจที่มีไกด์ ไปจนถึงทริปที่ออกแบบโดยพาะให้เข้ากับความต้องการลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ในอนาคต Trip.com Group มีแผนที่จะพัฒนา “Taste of China” ให้มีการปรับเมนูตามฤดูกาล จัดงานในต่างประเทศ และทำโชว์เคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อนำเรื่องเล่าใหม่ๆ และรสชาติใหม่ๆ ไปสู่ผู้ชมทั่วโลก