จะดีแค่ไหน…หากวันหนึ่งเราสามารถช่วยให้เคลือบฟันซ่อมแซมตัวเองได้ ด้วยยาสีฟันเพียงหลอดเดียว!
สำหรับนักวิทยาศาสตร์ นี่ไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เมื่อศาสตร์แขนงใหม่ที่เรียกว่า Regenerative Dentistry หรือ “ทันตกรรมเชิงฟื้นฟู” ตั้งคำถามว่า “ทำอย่างไรให้ฟันซ่อมแซมตัวเองได้ ก่อนที่จะต้องอุด”
หนึ่งในงานวิจัยที่สร้างความฮือฮามากที่สุด คือการนำ “เส้นผมมนุษย์” มาสร้างเป็นยาสีฟันแห่งอนาคต
จากของเสียไร้ค่า สู่ชีววัสดุซ่อมเคลือบฟัน
ทุกวัน ร้านตัดผมทั่วโลกสร้างเส้นผมเหลือทิ้งจำนวนมหาศาล ซึ่งสุดท้ายมักลงเอยที่ถังขยะ แต่สำหรับนักวิจัยจาก King’s College London เส้นผมเหล่านี้กลับเป็นแหล่งของ “เคราติน” (Keratin) โปรตีนธรรมชาติที่อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูเคลือบฟัน
แน่นอนว่า “ยาสีฟันจากเส้นผม” ไม่ได้หมายถึงการนำเส้นผมมาบดผสมลงในหลอดยาสีฟัน หากแต่เป็นการสกัดเคราตินออกมาอย่างบริสุทธิ์ ก่อนออกแบบให้เป็นชีววัสดุระดับนาโนที่สามารถทำงานร่วมกับแร่ธาตุในน้ำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเราแปรงฟัน เคราตินจะทำหน้าที่เสมือน “นั่งร้านระดับโมเลกุล” คอยจัดระเบียบให้แคลเซียมและฟอสเฟตในน้ำลายค่อย ๆ เกาะและเรียงตัวเป็นผลึกไฮดรอกซีอะพาไทต์ ซึ่งเป็นแร่ชนิดเดียวกับที่ประกอบเป็นเคลือบฟันตามธรรมชาติ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันไม่ได้เข้าไป “ซ่อม” ฟันโดยตรง แต่ช่วยสร้างเงื่อนไขให้ธรรมชาติกลับมาทำงานของตัวเองอีกครั้ง
เปลี่ยนวิธีคิด จาก “อุดฟัน” เป็น “หยุดฟันผุ”
ที่ผ่านมา การอุดฟันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เมื่อเคลือบฟันสูญเสียแร่ธาตุจนเกิดโพรง ทันตแพทย์จำเป็นต้องกรอเนื้อฟันส่วนที่เสียออก แล้วอุดด้วยวัสดุสังเคราะห์ แม้วัสดุเหล่านั้นจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ไม่มีชนิดใดที่เป็น “เคลือบฟันจริง”
ในทางกลับกัน หากสามารถเติมแร่ธาตุกลับคืนได้ในระยะแรกสุดที่เคลือบฟันยังไม่เกิดโพรง อาจไม่จำเป็นต้องกรอฟันเลย นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากจึงพยายามคิดค้นวัสดุอุดฟันชนิดใหม่ แล้วก็พบว่า “เคราติน” สามารถช่วยกระตุ้นการคืนแร่ธาตุสู่เคลือบฟัน ลดการสูญเสียแร่ธาตุ และช่วยลดอาการเสียวฟันได้อย่างน่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า เทคโนโลยีนี้ ยังไม่สามารถรักษาฟันผุที่เป็นโพรงแล้วได้ และยังไม่ใช่ “ยาสีฟันวิเศษ” ที่แปรงแล้วฟันงอกใหม่ เพราะเมื่อเนื้อฟันถูกทำลายไปมาก การอุดฟันหรือการรักษาทางทันตกรรมยังคงเป็นสิ่งจำเป็น
ปัจจุบัน งานวิจัยอยู่ระหว่างการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์สำหรับการทดลองทางคลินิก ทั้งในรูปแบบยาสีฟันสำหรับใช้ประจำวันและเจลสำหรับใช้ในคลินิก หากผลการทดลองในมนุษย์ยืนยันทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย จึงจะก้าวไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้
มากกว่ายาสีฟัน คือเปลี่ยนอนาคตของทันตกรรม
ความน่าสนใจของงานวิจัยนี้ไม่ได้อยู่ที่การนำ “เส้นผม” มาใช้เป็นวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดใหม่ของวิทยาศาสตร์ ที่มองของเสียให้กลายเป็นทรัพยากร และเปลี่ยนการรักษาแบบทดแทน ไปสู่การรักษาที่อาศัยศักยภาพของร่างกายเป็นตัวขับเคลื่อน
ที่สำคัญ เคราตินไม่ใช่เทคโนโลยีเดียว ปัจจุบันยังมีการแข่งขันพัฒนาวัสดุฟื้นฟูเคลือบฟันอีกหลายแนวทาง ทั้งนาโนไฮดรอกซีอะพาไทต์ เปปไทด์เลียนแบบโปรตีนสร้างเคลือบฟัน และชีววัสดุชนิดใหม่ ๆ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ฟันสามารถรับมือกับความเสียหายได้ดีขึ้นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
หากความพยายามเหล่านี้ประสบความสำเร็จ สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจไม่ใช่แค่ยาสีฟันหนึ่งหลอด แต่เป็นวิธีคิดทั้งระบบของวงการทันตกรรม เพื่อว่าเมื่อถึงวันนั้นการแปรงฟันทุกเช้าและก่อนนอน จะเป็นการช่วยให้เคลือบฟันฟื้นฟูตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง



