วีซ่าจับมือเอเชียทีค ยกระดับประสบการณ์สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้มีกำลังซื้อในไทย

Share

 

ความร่วมมือตลอดทั้งปีนำผู้ประกอบการกว่า 150 แห่งสู่แพลตฟอร์ม Visa Destinations ประเทศไทย มอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวมากขึ้น

วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ประกาศความร่วมมือกับ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น (ASIATIQUE The Riverfront Destination) เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อต่อยอดแพลตฟอร์ม Visa Destinations  ประเทศไทย สู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และความบันเทิงที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ความร่วมมือดังกล่าวจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2570 โดยรวบรวมร้านค้าและผู้ประกอบการกว่า 150 ร้าน ในเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ครอบคลุมหมวดหมู่อาหาร ช้อปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยว ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมมอบสิทธิพิเศษและข้อเสนอที่ตอบโจทย์การเดินทางในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแพลตฟอร์ม Visa Destinations ประเทศไทย ที่ต่อยอดจากความร่วมมือระหว่างวีซ่าและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมุ่งเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับประสบการณ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ พร้อมส่งเสริมให้แหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเปลี่ยนจากการเดินทางเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว สู่การแสวงหาประสบการณ์ที่มีความหมายและสะท้อนเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทางมากขึ้น โดยข้อมูลวิเคราะห์ของวีซ่าพบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มผู้มีกำลังซื้อมีการใช้จ่ายในต่างประเทศโดยเฉลี่ยสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 3.5 เท่า และมีแนวโน้มใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร ความบันเทิง สุขภาพและการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างวีซ่าและเอเชียทีคจึงมีเป้าหมายในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ ผ่านการผสานสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตรวีซ่า ประสบการณ์ท้องถิ่นที่โดดเด่น และการชำระเงินดิจิทัลที่สะดวกและราบรื่นในทุกช่วงของการเดินทาง

แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า “อนาคตของการท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างคุณค่าที่มากขึ้นจากนักท่องเที่ยวแต่ละคน นับตั้งแต่เปิดตัวแพลตฟอร์ม Visa Destinations  ประเทศไทย เราได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนเพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ากับประสบการณ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับชุมชน ผ่านการส่งเสริมการใช้จ่ายในธุรกิจท้องถิ่นและการชำระเงินดิจิทัล ตั้งแต่ความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไปจนถึงการนำเสนอเสน่ห์ของย่านวัฒนธรรมอย่างทรงวาด ความร่วมมือกับเอเชียทีคในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายจุดหมายปลายทางภายใต้แพลตฟอร์ม Visa Destinations ประเทศไทย เพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถมอบประสบการณ์ที่มีความหมายมากยิ่งขึ้นแก่นักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น”

“ความร่วมมือกับเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดแพลตฟอร์ม Visa Destinations ประเทศไทย ผ่านการผสานประสบการณ์ท้องถิ่นที่โดดเด่น สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตรวีซ่า และการชำระเงินดิจิทัลที่สะดวกและราบรื่น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยตอกย้ำบทบาทของเอเชียทีคในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจและผู้ประกอบการภายในพื้นที่ผ่านการเชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก” แอนโทนี กล่าวเสริม

ไมเคิล ฮาริซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพาณิชย์ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) กล่าวว่า “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว ทั้งความงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา อาหารหลากหลาย แหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงสำหรับทุกวัย รวมถึงบรรยากาศริมแม่น้ำที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ความร่วมมือกับวีซ่าในครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือนให้ดียิ่งขึ้น โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษและความสะดวกสบายในการชำระเงิน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการภายในเอเชียทีคก็จะมีโอกาสเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้มีกำลังซื้อได้มากขึ้นเช่นกัน”

ความร่วมมือครั้งนี้สร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย ทั้งการมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้มาเยือน การเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ และการสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยทำให้พันธกิจ Building a Better Future ของเราเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” ไมเคิล กล่าวทิ้งท้าย

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ถือบัตรวีซ่าชาวต่างชาติจะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษจากร้านค้าและผู้ประกอบการกว่า 150 แห่งภายในเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ครอบคลุมทั้งด้านอาหาร ช้อปปิ้ง ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ควบคู่กับการชำระเงินดิจิทัลที่สะดวกและราบรื่นตลอดการเดินทาง อาทิ:

  • ประสบการณ์และแหล่งท่องเที่ยว: รับสิทธิ์ ซื้อ 2 แถม 1 สำหรับ Jurassic World: The Experience และรับส่วนลด 30% สำหรับบัตร Sky Flyer
  • ประสบการณ์ด้านอาหาร: รับส่วนลด 15% ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ ได้แก่ เรือสิริมหรรณพ, The Crystal Grill House, The Siam Tea Room Asiatique, Ancient Tea House และ Fossil & Flame
  • ช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์: สิทธิประโยชน์และร้านค้าที่เข้าร่วมรายการจะประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง

###

เกี่ยวกับวีซ่า

Visa Inc. (NYSE:V) เป็นผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก วีซ่าให้บริการในการทำธุรกรรมระหว่างผู้บริโภค ร้านค้า สถาบันการเงิน และหน่วยงานภาครัฐ ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ภารกิจของเราคือการเชื่อมโยงโลกผ่านเครือข่ายนวัตกรรมการชำระเงินที่เชื่อถือได้ สะดวก และปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ผู้บริโภค ร้านค้า และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าเศรษฐกิจที่รวมทุกคนในทุกที่เข้าด้วยกัน จะช่วยยกระดับทุกคนในทุกที่ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ Visa.com

 

 

 

 

 

Related Articles