“อาลีบาบา” รั้งตำแหน่งผู้ให้บริการคลาวด์ รายใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก

Share

 

การ์ทเนอร์ ในหัวข้อ Market Share : IaaS Worldwide 2025 เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 จัดให้อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในรูปแบบบริการ (IaaS) รายใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิกอีกครั้งเมื่อพิจารณาด้านรายได้ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นจาก 20.8% ในปี 2024 เป็น 22.5% ในปี 2025

ความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องของอาลีบาบา คลาวด์ ในเอเชียแปซิฟิก สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนอย่างไม่หยุดยั้งของบริษัทฯ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อรองรับ AI และความมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการด้าน AI ที่เปลี่ยนแปลงไปขององค์กรต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค การเติบโตของส่วนแบ่งทางการตลาดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งยืนยันว่าลูกค้าในเอเชียแปซิฟิกยังคงไว้วางใจอาลีบาบา คลาวด์ ในฐานะพันธมิตรด้านคลาวด์ที่พวกเขาเลือกใช้อย่างต่อเนื่อง

แผนภูมิจัดทำโดยอาลีบาบาโดยอ้างอิงจากงานวิจัยของการ์ทเนอร์

 

ดร.เฟยเฟย ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอาลีบาบา คลาวด์ กล่าวว่า ส่วนแบ่งการตลาดที่เติบโตขึ้นทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก คือข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ด้านคลาวด์ที่เน้น AI และ agent รวมถึงความมุ่งมั่นในการมอบผลลัพธ์ที่ดีแก่ลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง บริษัทหลายแห่งพูดถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน AI การให้บริการโมเดล และสถาปัตยกรรมแบบ agentic แต่ตัวเลขส่วนแบ่งทางการตลาดที่ปรากฎออกมานี้ได้แสดงให้เห็นว่า ลูกค้าในภูมิภาคนี้กำลังทำการตัดสินใจเลือกเพื่อใช้งานจริง และพวกเขาเลือกอาลีบาบา คลาวด์ ทั้งนี้ ความมุ่งมั่นและความเชื่อใจนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด แต่เป็นผลมาจากการสร้างขีดความสามารถและเตรียมความพร้อมให้เหนือกว่าความต้องการของตลาดมาอย่างยาวนานของบริษัทฯ

แรงกระเพื่อมต่อเนื่องของอาลีบาบา คลาวด์ มีความโดดเด่นอย่างยิ่งในตลาดหลักหลายแห่ง บริษัทฯ ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดในด้านรายได้ทั้งในจีนและฮ่องกง ในขณะที่ครองอันดับสองในมาเลเซีย ทั้งยังได้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับสองของการจัดอันดับตลาดในอินโดนีเซีย สำหรับสิงคโปร์ อาลีบาบาได้ก้าวขึ้นสู่อันดับสาม และเป็นเพียงบริษัทเดียวในกลุ่มผู้เล่นระดับโลกที่ทำยอดเติบโตเป็นเลขสามหลักเมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของอาลีบาบาที่สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัทฯ ในตลาดคลาวด์ที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียแปซิฟิก

อาลีบาบายังคงครองอันดับที่สี่ของผู้ให้บริการ IaaS รายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อพิจารณาจากรายได้ในปี 2025 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 7.7% จากเดิม 7.2% ในปี 2024

รายงานของการ์ทเนอร์ระบุว่า ตลาด IaaS เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2025 โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 45 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 24.3% แซงหน้าปี 2024 โดยเวิร์กโหลดแบบ AI-native ได้กลายเป็นแหล่งที่มาหลักของความต้องการใหม่ ส่งผลให้กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่ (hyperscalers) และผู้ให้บริการนีโอคลาวด์ (neocloud) สามารถกวาดรายได้เพิ่มขึ้นในระดับหลายพันล้านเหรียญ จากโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อรองรับ AI และความเข้มข้นในการใช้งานที่สูงขึ้นจากการบริโภคทรัพยากรผ่านการประมวลผลอย่างต่อเนื่อง

โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กระจัดกระจาย แรงดึงดูดของข้อมูล (data gravity) และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้ IaaS เป็นชั้นโครงสร้างหลักในการเคลื่อนย้ายเวิร์กโหลดและการจัดการระบบและทรัพยากร ในขณะที่โซลูชันที่เป็นอิสระและสอดคล้องกับอุตสาหกรรม ได้ช่วยขยายตลาดเป้าหมายออกไปให้กว้างกว่าเพียงแค่กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก

ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของอาลีบาบา คลาวด์ ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์การสร้างการเติบโตผ่าน AI บริษัทฯ ได้ลงทุนอย่างมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อรองรับ AI เพื่อสนับสนุนการใช้เวิร์กโหลด AI ขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมหลากหลาย ด้วยจำนวนศูนย์ข้อมูลรวมทั้งสิ้น 78 แห่งในเอเชีย คุณสมบัติด้านการประมวลผล หน่วยจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย และความปลอดภัยที่จำเป็นต้องใช้ในการนำ AI ไปใช้งานจริง ควบคู่ไปกับชุดโมเดลและเครื่องมือ AI ที่ครบวงจร ส่งให้อาลีบาบา คลาวด์ ก้าวสู่ตำแหน่งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับยุค AI ทั้งในตลาดเอเชียแปซิฟิกและตลาดโลก

Related Articles