สุดว้าว! จีนสร้าง “กุหลาบอวกาศ” หนุนเกษตรสายพันธุ์ใหม่จากนอกโลก

Share

 

ไม่ใช่ “กุหลาบของฉัน” (Ma Rose) บนดาว บี 612 ของเจ้าชายน้อยในบทประพันธ์ อองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี แต่เป็นปฏิบัติการจริงภายใต้โครงการเพาะพันธุ์พืชในอวกาศ โครงการสุดว้าวของจีน!

เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา หนึ่งในพัสดุทางชีวภาพจากอวกาศ ซึ่งเดินทางมากับแคปซูลส่งกลับของยานอวกาศเชิงพาณิชย์ Lihong-1 Y1 ในการบินทดสอบเที่ยวแรกจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน ที่นักวิทยาศาสตร์เฝ้ารอคอยด้วยความตื่นเต้น ก็คือ “เมล็ดพันธุ์กุหลาบ”

นับเป็นครั้งแรกที่มีการประสานเทคโนโลยีอวกาศเข้ากับภาคเกษตรของจีน!

วัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนากุหลายสายพันธุ์ใหม่ที่มีความหลากหลายและมีคุณสมบัติทนทานต่อโรคได้ดี ภายใต้โครงการเพาะพันธุ์พืชในอวกาศของจีน โดยใช้เมล็ดพันธุ์กุหลาบจากเมืองหนานหยาง มณฑลเหอหนาน ทางภาคกลางของจีน แหล่งเพาะพันธุ์กล้ากุหลาบที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน

“หนานหยาง” เมืองหลวงกุหลาบจีน

ต้องยอมรับว่า เบื้องหลังของเมล็ดพันธุ์กุหลาบหนานหยางนั้นไม่ธรรมดา นับตั้งแต่แหล่งของเมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงกลยุทธ์ในการสร้างเมือง สร้างงาน สร้างธุรกิจ เพื่อสร้างแม่เหล็กสำคัญอีกแห่งของประเทศ

“หนานหยาง” เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรมมากว่า 2,700 ปี ทว่า เท่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผู้คนเข้ามาเยือนเมืองแห่งนี้ เพื่อสร้างงานแก่พี่น้องประชาชนจีนท้องถิ่น ในปี พ.ศ.2553 เมืองวัฒนธรรมแห่งนี้ถูกเลือกให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์กล้ากุหลาบที่ใหญ่ที่สุดของจีน อันเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศและห่วงโซ่ธุรกิจกุหลาบจีน

เพียง 5-6 ปี บนพื้นที่ราว 100 ตร.กม.ของหมู่บ้านกุหลาบจีนแห่งนี้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ละปีสามารถผลิตกล้ากุหลาบจีนมากถึง 1,500 ล้านตัน มีผู้ร่วมธุรกิจกุหลาบจีนกว่า 150,000 คน

ไม่นับความสำเร็จในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว โดยนับแต่หมู่บ้านกุหลาบจีนถือกำเนิดขึ้น ที่นี่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 3 ล้านคน

ไม่แปลกที่เมื่อคราวที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เดินทางไปตรวจงานที่มณฑลเหอหนาน จะเดินทางไปยังสวนกุหลาบแห่งนี้ เพื่อดูงานธุรกิจที่ต่อยอดจากการใช้ประโยชน์จากกุหลาบจีน

อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อส่งน้องไปท่องอวกาศ

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า โครงการปรับปรุงพันธุ์พืชในอวกาศของจีนนับว่าได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหลังจากเมล็ดพันธุ์กุหลาบของจีนเสร็จสิ้นภารกิจรับรังสีคอสมิกในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงที่ระดับความสูงกว่า 120 กิโลเมตร และเดินทางกลับสู่โลกสำเร็จเมื่อช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2569

ทั้งนี้ เมล็ดพันธุ์กุหลาบดังกล่าว มาจากการคัดสรรอย่างพิถีพิถันโดยความร่วมมือจากวิทยาลัยอาชีวเกษตรหนานหยาง สถาบันวนศาสตร์หนานหยาง และมหาวิทยาลัยเกษตรเหอหนาน

สำหรับเหตุผลที่ส่งเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไปอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก ณ เส้นแบ่งระหว่างชั้นบรรยากาศของโลกกับอวกาศ ที่ระดับความสูงประมาณ 120 กิโลเมตร ให้ได้สัมผัสกับรังสีคอสมิกเข้มข้นในระยะหวังผลได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ราว 300 วินาที เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีคุณค่า

รายงานระบุว่า นักวิจัยมุ่งเป้าไปที่การพัฒนากุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ที่มีคุณสมบัติต้านทานโรคได้ดีขึ้น ออกดอกนานขึ้น และมีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมองว่าการเพาะพันธุ์โดยการกลายพันธุ์ของยีนในอวกาศจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเทคโนโลยีอวกาศและการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เช่น อัตราการกลายพันธุ์ที่สูงขึ้น และวงจรการเพาะพันธุ์ที่อาจสั้นลง

ปัจจุบัน เมล็ดพันธุ์ “กุหลาบอวกาศ” อยู่ในความดูแลของธนาคารเพาะพันธุ์กุหลาบระดับชาติของจีนในเมืองหนานหยาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการเพาะปลูก การคัดเลือก และสังเกตการณ์อย่างเป็นระบบ โดยมีนักวิทยาศาสตร์ติดตามการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาศักยภาพทางพันธุกรรมที่เกิดจากการส่งไปสัมผัสรังสีคอสมิกในอวกาศ

…ที่สุด เรา (จีน) ก็จะมีกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ กุหลายสายพันธุ์อวกาศ ว้าว!

rabbit2themoon

rabbit2themoon

คอลัมนิสต์หน้าไม่ใหม่ เคยพำนักอยู่ใต้ชายคามติชน ประจำกอง บก.นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ก่อนขยับมาเป็นผู้สื่อข่าวเซ็กชั่นประชาชื่น เขียนสัมภาษณ์บุคคล-สกู๊ปเชิงไลฟ์สไตล์-ท่องเที่ยว-อาหาร-จิปาถะ สถานะปัจจุบัน นอกจากเป็นคอลัมนิสต์ ยังเป็นนักเขียนอิสระ เขียนบทความเชิงประชาสัมพันธ์

Related Articles